Come Back Again With Space's Arina-MarS !!
กลับมาคราวนี้ ต้องขอบอกว่า ดีใจมาก ๆ
คิดถึงโลกแห่งนี้จังเลย
.......
ใครจะเชื่อบ้างล่ะคะ ว่าหลังจากเวลาในวันนั้นล่วงเลยไป
จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ที่พลิกผันอนาคตได้
ข้างนอกนั้น ฝนยังคงตกหนัก
และดูเหมือนจะไม่ลดปริมาณความรุนแรงลงเลย
ประหนึ่งเหมือนเพิ่งจะตกใหม่ ๆ แต่ว่ามันเกิน 12 ชั่วโมงไปแล้ว
ฉันเหลียวมองพื้นที่โดยรอบ
ไม่พบหน้าผู้คนเลย ทุกคนคงยังสลบสไล
หรือว่าเพียงแค่เก็บตัวเองในร่มกำบังฝน
เวลานี้โดยปกติ ผู้คนจะวุ่นวายกับกิจวัตรต่าง ๆ
แต่นี่ดูเหมือนกลับกลายเป็นกลางคืนไปเลย
ฉันเฝ้ามองดูสายฝนเคลื่อนไหวอยู่นาน
มองดูตัวเองเคลื่อนไหวไปบ้าง
แต่แล้วก็ต้องฟุบหลับไปเพราะความเหนื่อยแรง
......................................................
วันนั้น ฉันไปโรงเรียนตามปกติ และกลับบ้านทำการบ้าน
จนถึงเที่ยงคืน (มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วละ)
แต่มันก็แปลกตรงที่ 2-3 วันมานี้ ฝนตกทั้งเช้าทั้งเย็นเลย
รวมถึงตอนกลางคืนด้วย
จนทำให้วันนี้ฉันเป็นไข้ไปพักนึง (นอนตั้งแต่เย็นยัน 4 ทุ่มเลย)
หลังจากตื่นขึ้นมา นาฬิกาตีบอกเวลา 4 ทุ่มกว่า ๆ
เราก็ยังคงนั่งทำการบ้านต่อไป โดยไม่สนใจดินฟ้าอากาศ
............................................

(ทราบข่าวหลังเกิดเหตุ) คืนนั้นเอง...ฝายหลวงที่ อ.ลับแล
(ใกล้ ๆ นี่เองละ) น้ำจากฝายมันเกิดล้นขึ้นมานะสิ
แล้วไงต่อหรอคะ...พวกเราไม่มีใครรู้เรื่องใด ๆ หรอก
มองออกไปนอกหน้าต่างดูสิ
จะมีสักกี่บ้านที่ยังคงมองเห็นแสงไฟ
จะมีสักกี่บ้านกัน ที่ยังคงส่งเสียงเอะอะ
ความเงียบของค่ำคืนได้ขับกล่อมหลายชีวิตให้หลับไหล
รวมทั้งตัวฉันด้วย
............................
แต่ใครจะรู้ว่า เหตุการณ์ไม่คาดฝันกำลังจะเกิดขึ้น
เหนือขึ้นไปจาก อ.เมือง ที่ที่ฉันเองอาศัยอยู่
เบื้องบนนั่น คือ อ.ลับแล
ซึ่งเต็มไปด้วยบ้านเรือนของชาวบ้านมากมาย
ผู้ที่กำลังจะตกเป็นเหยื่อของภัยธรรมชาติ
ทุกคนกำลังหลับไหลอยู่ภายใต้ชายคาอันแสนสุข
ที่รายล้อมไปด้วยภูเขา ป่าไม้ และ ธรรมชาติมากมาย
แต่แล้วเมื่อน้ำมากมายเอ่อล้น พังทลายทุกอย่างที่ขวางหน้า
ต้นไม้มากมายถูดถอนรากถอนโคน
และค่อย ๆ คลืบคลานมายังบ้านเรือนเบื้องล่าง
................................
เมื่อน้ำผ่านเลยไปก็คงเหลือไว้เพียงซากปรักหักพังของบ้านเรือน
ที่ที่เคยเป็นดั่งสวรรค์ของทุกคน
ครานี้ กลับกลายเป็นดั่งนรก
สุสานที่ดูดกลืนทุกอย่าง แม้กระทั่งชีวิตไป
...............................
ไม่เพียงแค่นี้เท่านั้น
ถึงคราวที่ธรรมชาติลงโทษพวกเราแล้วหรือไร
ฝนยังคงตกต่อไป จนกระทั่งมันได้ชะล้างหน้าดินลงมา
ดูดกลืนบ้านเรือนและชาวบ้านจมลงสู่ใต้พื้นดิน
เหลือไว้เพียงความโศกเศร้าของผู้คนที่ถูกพรากสิ่งที่รักไป
..............................
ขณะนี้ตัวฉันกำลังสลบสไลอยู่อย่างนั้น
เวลาคงผ่านล่วงเลยไปนาน
หลังจาก หลายชีวิตเผชิญกับความโศกเศร้าแล้ว
หลายคนที่อาศัยอยู่ในตัวเมืองก็ยังคงไม่รับรู้ถึงอันตราย
จนกระทั่งเวลาประมาณ ตี 3
น้ำจำนวนมากก็เริ่มเอ่อล้นเข้าท่วมตัวเมือง
และตอนนี้ มันก็ค่อย ๆ คืบคลานมาที่ซอยบ้านฉัน
จนเวลาประมาณ ตี 5
เสียงเอะอะจากภายนอก ท่ามกลางสายฝนนั้น
ปลุกให้ฉันตื่นขึ้นมา
ฉันพยามมองผ่านสายฝนที่ตกอย่างไม่ลืมหูลืมตา
มองออกไปข้างนอกนั้น
แต่ว่า...พระเจ้าไม่เข้าข้างฉันเลย !!
รู้มั๊ยว่า ฉันสายตาสั้นนะ
แล้วฉันก็พยายามควานหาแว่นตาแล้ว
เปิดไฟหาก็แล้ว แต่ก็หาไม่พบ
................................
ฉันยังคงไม่นึกเอะใจแต่อย่างใด
คิดว่าเป็นอุบัติเหตุรถชน
ยังสวดภาวนาให้คนเหล่านั้นปลอดภัยอยู่เลย
แล้วฉันก็ผลอยหลับไป
ตื่นขึ้นมาอีกที่ 6 โมงเช้า
ฉันเดินลงไปชั้นล่าง เพื่อจะเปิดประตูหน้าบ้าน
เอ๊ะ !! ทำไมไฟดับอีกละ น้ำก็ไม่ไหลมา 2 วันแล้วนะ
แล้วก็พลันเหลียวเห็นบางอย่างข้างนอกนั่น
น้ำจำนวนมากเอ่อขังท่วมถนนอยู่
รวมทั้งรถยนต์ของพวกเราด้วย
ทันใดนั้น
ม..ม.ม ..แมมม่ !!! น้ำท่วมมมมม !!!!
...............................
แล้วเราก็เปิดประตูออกไปเพื่อมองภาพนั้นให้เต็มตา
โอ้ พระเจ้า...มันเกิดขึ้นได้ยังไงกัน
ใครจะคิดละ ว่า น้ำจะท่วมอุตรดิตถ์ ในเมืองเนี่ยนะ !!!
แล้วน้ำจำนวนมากก็ไหลเข้าตัวบ้านฉัน
และเพิ่มระดับด้วยความรวดเร็ว
(ส่วนฝนก็ยังคงตกหนักไม่ยอมหยุด)
พวกเราใช้แรงทั้งหมดเท่าที่มีเก็บของต่าง ๆ ขึ้นที่สูง
แม่ของฉันเก็บของขึ้นวางบนโต๊ะ
แต่แล้วโต๊ะก็ต้องลอยเพราะต้านแรงน้ำจำนวนมากไม่ไหว
ของต่าง ๆ เริ่มคว่ำลงน้ำ
(ทั้ง ๆ ที่มันไม่หน้าท่วมสูงไปมากกว่านี้แล้ว)
น้ำเริ่มสูงขึ้นจากตาตุ่มจนถึงเอวแล้ว
พวกเราจึงพยายามขนของขึ้นสู่ชั้น 2 เท่าที่ทำได้
แต่แล้ว ตอนนี้ ระดับน้ำกลับขึ้นมาถึงระดับอก
และค่อย ๆ สูงขึ้นจนมิดหัว
ไม่ไหวแล้ว ... มันไม่ควรจะสูงไปมากกว่านี้แล้ว
ฉันพยายามสวดอ้อนวอนสิ่งศักสิทธิ์ขณะเก็บของไปด้วย
แล้วในที่สุดพวกเราก็ต้องนำพา 4 ชีวิต ทั้งหมดในบ้าน
ออกมาสู่ภายนอก (เผ่นก่อนละ)
........................................
ขณะนี้ เวลาประมาณ 9 โมงเช้า
พวกเราที่เปียกปอนไปด้วยน้ำ
ก็ออกมาสู่พื้นที่ที่สูงพอที่น้ำท่วมไม่ถึง
(แม้แต่รองเท้ายังไม่ได้ออกมาเลยค่ะ)
หิว.. หิวววว มันเหนื่อยและเมื่อยไปหมด
หลังจากเราหาข้าวเช้าทานเรียบร้อย
เราก็ออกหาที่อยู่ใหม่ แล้วก็มาจบลงที่หอพักใกล้ ๆ บ้าน
เพราะ ตอนนี้ พวกเราติดเกาะซะแล้ว
มองไปทางไหนก็มีแต่น้ำล้อมรอบ
(นี่มันกะจะท่วมทั้งจังหวัดเลยรึ)
...................................
โชคดีที่บริเวณหอพัก และโรงพยาบาล น้ำท่วมไม่ถึง
พวกเราเลยมีที่ค้ำหัวชั่วคราว
และที่โชคดีไปกว่านั้น ก็คือ มีน้ำใช้ด้วย
"ได้อาบน้ำแล้วเว้ยยย...หลังจากหมักหมมมา 2 วันได้"
(ต้องอาศัยน้ำขวดบ้วนปาก ล้องหน้าเอาอ่ะ)
หลังจากนั้น
พวกเราก็เฝ้ารอคอยว่าเมื่อไหร่น้ำจะลดลง
มีแต่จะเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ
ตอนนี้น้ำมันสูงขึ้นมาเกือบถึงหอพักที่เราอยู่แล้วด้วย o_O
แงๆ...ทำมายต้องเจอเรื่องแบบนี้ด้วย
ไอ้ฝนบร้า แกจะตกไปถึงเมื่อไรว้า...
(ขณะนั้น ไฟฟ้าถูกตัดขาด โทรศัพท์ใช้การไม่ได้)
เข้าใจถึงคำว่า ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกจิง ๆ
...................................
ฉันนั่งปลงอยู่นาน ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้เลยว่า มีอีกหลายชีวิตที่โดนมากกว่านี้
หลายชีวิต ที่ต้องถูกพรากจากไปทั้งที่ไม่ทันตั้งตัว
หลายชีวิตที่ตอนนี้ไม่มีบ้านจะอยู่
หลายชีวิตที่ไม่มีโอกาสได้มามองดูน้ำอย่างนี้
...................................
(พวกเรายังคงโชคดีที่ยังคงมายืนอยู่ตรงนี้ได้)
(ถึงแม้จะสูญเสียทรัพย์สินมากมายที่ถูกดูดกลืนไปกลับสายน้ำ)
(แต่ชีวิตยังคงยืนอยู่ตงนี้ และสามารถเริ่มต้นใหม่ได้)
(ถึงแม้เมื่อน้ำลด พวกเราจะต้องเหนื่อยต่อไปอีกนานก็ตาม)
ขอให้ทุกคนที่ประสบอุทกภัยในครั้งนี้
ทั้งที่ยังมีบ้าน ไม่มีบ้าน หรือต้องงสูญเสียคนที่รักไป
จงอย่าท้อถอย และ ยืนหยัดขึ้นสู้ใหม่อีกครั้ง
ถือซะว่า พวกเรา คือ คนที่พระเจ้าเลือกที่จะให้อยู่
เพื่อชดใช้กรรมต่อไป
............................................
ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน
GolfWira
Http://Soul-of-Heart.spaces.live.com